รองเท้านิรภัยคืออะไร ต่างจากรองเท้าแบบอื่นอย่างไร?

Last updated: 2021-05-20  |  202 จำนวนผู้เข้าชม  | 

รองเท้านิรภัยคืออะไร ต่างจากรองเท้าแบบอื่นอย่างไร?

“ความปลอดภัย” ถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่จะต้องคำนึงถึง ระหว่างทำงาน ไม่ว่าความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นนั้นจะร้ายแรง หรือไม่ก็ตาม หากเกิดความเสียหายขึ้น อาจทำให้การทำงานล่าช้า ทรัพย์สินเสียหาย หรือที่แย่ที่สุด อาจเกิดบาดแผลร้ายแรงถึงขั้นพิการก็เป็นได้ ดังนั้น เพื่อลดโอกาสเกิดปัญหาร้ายแรงดังกล่าว “การป้องกันตัวเอง” ถือเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ระหว่างปฏิบัติงาน

“รองเท้าเซฟตี้” หรือ “รองเท้านิรภัย” เป็นอุปกรณ์ป้องกันชนิดหนึ่ง ที่จะปกป้องเท้าของผู้ใช้งานให้ปลอดภัยจากการเกิดอุบัติเหตุต่อผู้ที่กำลังปฏิบัติงาน ไม่ให้เกิดความเสียหายต่อเท้าได้

องค์ประกอบของรองเท้านิรภัย

1. การรับรองมาตรฐาน

การจะเลือกใช้รองเท้าเซฟตี้ หากเลือกรองเท้าเซฟตี้ไม่ได้มาตรฐานก็อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุ หรือความเสียหายกับผู้ใช้งานเช่นเดียวกัน ดังนั้นการเลือกรองเท้าเซฟตี้สำหรับปฏิบัติหน้าที่ควรคำนึงถึงมาตรฐานดังกล่าวด้วย เช่น มาตรฐาน มอก.523-2554 หรือ มาตรฐาน CE เป็นต้น

2. คุณสมบัติรองเท้าเซฟตี้

สืบเนื่องจากการรับรองมาตรฐาน การจะเริ่มใช้งานรองเท้าเซฟตี้นั้น จำเป็นต้องเลือกรองเท้าเซฟตี้ให้เหมาะสมกับหน้างานที่จะปฏิบัติงาน การเลือกรองเท้าให้เหมาะสมกับหน้างานจะเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะบางหน้างานที่ต้องการคุณสมบัติพิเศษของรองเท้า เช่น หน้างานที่ต้องการรองเท้าเซฟตี้ที่ป้องกันไฟฟ้าสถิต ก็จะต้องเลือกใช้งานรองเท้าที่มีคุณสมบัติป้องกันไฟฟ้าสถิตได้ จึงจะสามารถปฏิบัติงานได้

2.1.1 สามารถรับแรงกระแทกและแรงบีบบริเวณปลายเท้าได้

ซึ่งบริเวณปลายเท้าจะต้องสามารถรับแรงกระแทกได้ตามที่มาตรฐานกำหนด การทำงานนั้นไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดอุบัติเหตุเมื่อใด และอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งอย่างหนึ่งก็คือ การมีสิ่งของที่มีน้ำหนัก หล่นใส่เท้า ซึ่งการที่สวมใส่รองเท้าเซฟตี้ที่สามารถปกป้องปลายเท้าได้นั้นจะช่วยปกป้องไม่ให้เท้าของผู้สวมใส่เกิดการบาดเจ็บรุนแรง โดยมาตรฐานแล้วหัวเหล็กที่ปลายเท้าของรองเท้าเซฟตี้นั้นควรจะสามารถรับแรงกระแทกได้ 200 จูล หรือเท่ากับสิ่งของน้ำหนัก 20 กิโลกรัม จากความสูง 1 เมตร
 

2.1.2 สามารถป้องกันการเจาะทะลุได้

ในบางหน้างานที่มีสิ่งแหลมคม หรือเศษวัสดุต่าง ๆ ซึ่งการป้องกันการเจาะทะลุจากวัสดุบนพื้นนั้น ก็สำคัญไม่แพ้การป้องกันสิ่งของหล่นใส่เท้า ดังนั้นรองเท้าเซฟตี้จำเป็นต้องสามารถทำให้ป้องกันการทะลุจากวัสดุบนพื้นได้ ซึ่งรองเท้าเซฟตี้ของ “เจแทคโก้” โดยปกติแล้วไม่ได้เสริมแผ่นกันทะลุ เนื่องจาก บางหน้างานอาจไม่จำเป็นต้องใช้การป้องกันการเจาะทะลุขนาดนั้น หากใส่แผ่นกันทะลุ อาจทำให้การทำงานเกิดความเมื่อยล้ามากขึ้น แต่หากต้องการเพิ่มความปลอดภัยจากการป้องกันการทะลุ ทางเราก็สามารถเสริมแผ่นเหล็กป้องกันการทะลุ ที่ได้มาตรฐาน ให้กับลูกค้าได้
 

2.1.3 สามารถกันลื่นได้

หน้างานส่วนมากจะมีน้ำ หรือน้ำมันบนพื้น หรือแม้แต่พื้น Epoxy ที่มีความลื่นอยู่แล้ว การกันลื่นก็เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องคำนึงถึงเป็นอันดับต้น ๆ
 

2.1.4 สามารถป้องกันไฟฟ้าสถิตได้

รองเท้าเซฟตี้ควรมีคุณสมบัติในการป้องกันไฟฟ้าสถิต หรือควรมีการออกแบบให้สามารถคลายประจุไฟฟ้าในตัวผู้สวมใส่ลงสู่พื้นได้ การป้องกันไฟฟ้าสถิตมีความจำเป็นในกรณีที่ ผู้สวมใส่ต้องทำงานกับเครื่องจักร ซึ่งหากไม่ป้องกันไฟฟ้าสถิต อาจทำความเสียหายกับเครื่องจักรนั้น ๆ ได้ แต่หากเป็นหน้างานที่ต้องการป้องกันไฟฟ้าสถิตมากเป็นพิเศษ จำเป็นที่จะต้องใช้รองเท้าเซฟตี้ที่ป้องกันไฟฟ้าสถิตเฉพาะทาง

การบำรุงรักษารองเท้าเซฟตี้

การบำรุงรักษารองเท้าเซฟตี้ ก็จัดเป็นหนึ่งสิ่งที่ควรคำนึงถึง เพื่อยืดอายุการใช้งานรองเท้าเซฟตี้ ให้รองเท้าของเราแข็งแรงทนทานตลอดการสวมใส่ของผู้ใช้งาน ซึ่งการบำรุงรักษารองเท้าเซฟตี้ให้มีอายุการใช้งานยาวนานขึ้นมีดังนี้

  1. เลือกขนาดรองเท้าเซฟตี้ให้มีขนาดพอดีกับเท้าของผู้ใช้ ไม่ควรหลวมเกินไป หรือคับเกินไป ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสียหายกับรองเท้าเซฟตี้ในระยะยาว
  2. เลือกใช้รองเท้าเซฟตี้ตามคุณสมบัติของพื้นรองเท้า ที่เหมาะสมกับลักษณะของงาน เช่น ประเภเทมาตรฐาน (Standard, S) ประเภทเสริมแผ่นเหล็ก (Penetration-resistant, PA) หรือประเภทต้านไฟฟ้าสถิต (Antistatic, A) เป็นต้น
  3. ไม่ควรสวมรองเท้าแบบเหยียบส้นเด็ดขาด และผูกเชือกรองเท้าทุกครั้งขณะสวมใส่
  4. ไม่ควรให้รองเท้าเซฟตี้แช่น้ำเป็นเวลานาน หากต้องการทำความสะอาดสามารถทำความสะอาดได้โดย นำผ้าชุบน้ำ แล้วผึ่งลมให้แห้ง จากนั้นเคลือบด้วยครีม หรือน้ำมันรักษาหนังรองเท้า จะเป็นการดีหากมีรองเท้าสลับใส่ระหว่างผึ่งลมทำความสะอาด และนำกระดาษหนังสือพิมพ์ขนาดพอเหมาะยัดเข้าไปในตัวรองเท้าเพื่อดูดซับความชื้นและกลิ่นไม่พึ่งประสงค์
  5. ควรเก็บในที่แห้ง อากาศถ่ายเทสะดวก และไม่ควรเก็บไว้ในที่ที่มีอุณหภูมิสูงจนเกินไป
  6. หลีกเลี่ยงการใช้งานผิดประเภท เช่น หากต้องเดินย่ำน้ำปูนตลอดเวลา ให้หลักเลี่ยงการสวมรองเท้าเซฟตี้โดยการใส่รองเท้าบูทยางแทน

Powered by MakeWebEasy.com